Altcoins คืออะไร

     Altcoins หรือ Alternative Coins แปลตรงตัวเลยครับ “เหรียญทางเลือก” โดยหลัก ๆ แล้ว Bitcoin คือเหรียญหลัก ที่ถือกำเนิดขึ้นมาก่อน ส่วน Altcoins คือ การเรียกสกุลเงินดิจิตอลต่าง ๆ นอกจาก Bitcoin ยกตัวอย่าง เช่น ยกตัวอย่างเช่น Litecoin (LTC), Ethereum (ETH), Ripple (XRP),Monero (XMR) และ อีกมากมาย รวมทั้งหมด 781 ชนิดเหรียญ (ข้อมูลจาก coincap.io ณ วันที่เขียน) Altcoins ส่วนใหญ่จะโคลน Bitcoin โดยการเปลี่ยนลักษณะเฉพาะเล็กน้อย เช่น ความเร็วในการทำธุรกรรมวิธี การกระจายหรืออัลกอริทึมการแฮช เหรียญส่วนใหญ่เหล่านี้จะนานนัก ยกเว้นเหรียญ Altcoins ที่ได้รับความนิยมในระดับต้น ๆ เช่น Litecoin ซึ่งเป็นหนึ่งใน altcoins แรก นอกเหนือจากการใช้อัลกอริทึมการเข้ารหัสที่แตกต่างจาก Bitcoin แล้ว Litecoin ยังมีหน่วยสกุลเงินเป็นจำนวนมากกว่า Bitcoin เป็นต้น

HitBTC เว็บแลกเปลี่ยน และบริการ wallet bitcoin  และ Altcoins

 

 

 

     จะเห็นได้ว่ามีเหรียญต่าง ๆ (สกุลเงินดิจิตอล) เกิดขึ้นมากมายหลังจากมี Bitcoin ถึงแม้ว่าแต่ละเหรียญจะใช้ระบบ Blockchain เหมือน bitcoin แต่ว่า แต่ละเหรียญได้เพิ่มความสามารถที่แตกต่างกัน เช่น ความเร็วในการโอน, ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้, จำนวนที่สามารถขุด หรือ ใช่ได้ มากกว่านั้น แต่ละเหรียญ ยังมีจุดประสงค์ ที่แตกต่างกัน เช่น Ripple ร่วมมือกับธนาคารหลายแห่งทั่วโลก เพื่อที่จะต้องการเป็น Financial coin หรือ Zcash coin ที่เน้นที่ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ หรือ ไม่สามารถตรวจสอบได้ และยังมีเหรียญที่เป็น Assets ที่ไป Contact กับเหรียญอื่น เช่น TheDAO Asset กับ Ethereum เป็นต้น

eobot เว็บขุด Altcoins ที่นาสนใจ

     สำหรับการได้มาของเหรียญ atlcoins นั้น ก็ยังคงใช้หลักการเช่นเดียวกับ Bitcoin คือ การขุด และการซื้อ โดยหลัก ๆ แล้วหากเราขุด Altcoins บน Pool แล้วให้โอนอัตโนมัติเข้า Exchange เพื่อแลกเปลี่ยน หรือโอนเข้า wallet ของเหรียญนั้น ๆ โดยตรง ซึ่งมีเว็บไซต์ให้บริการ wallet สำหรับกระเป๋า Altcoin อยู่หลายเว็บ ในประเทศไทยก็คงเป็น bx.in.th ที่มีบริการ wallet altcoin แต่มีเหรียญให้เลือกไม่มากนักเพียงแค่ 10 เหรียญ สำหรับต่างประเทศที่นิยม เช่น poloniex, HitBTC ฯลฯ

coinbx.com Coins Bath Exchange

 

กระเป๋าบิทคอยน์ คืออะไร

     ก่อนจะเริ่มใช้บิทคอยน์ได้ต้องเริ่มจากการมีกระเป๋าสตางค์ (wallet) เสียก่อน

    เพราะว่า

     ถ้าไม่มีกระเป๋าสตางค์ เราก็จะไม่สามารถรับ เก็บ หรือใช้บิทคอยน์ได้

     กระเป๋าสตางค์บิทคอยน์ (bitcoin wallet) เปรียบเสมือนตัวกลางที่เชื่อมระหว่างเรากับระบบบิทคอยน์ เช่นเดียวกับการที่หน้าเว็บธนาคารเป็นตัวกลางเชื่อมไปสู่ระบบการเงิน

กระเป๋าสตางค์บิทคอยน์ใช้การเข้ากุญแจส่วนตัว หรือรหัสลับที่ทำให้คุณใช้งานบิทคอยน์ได้

ในการใช้งานจริง สิ่งที่ต้องเก็บรักษาอย่างปลอดภัยไม่ใช่ตัวบิทคอยน์โดยตรง แต่เป็นกุญแจส่วนตัวของแต่ละคนที่ใช้อนุมัติการทำธุรกรรมบิทคอยน์

     สรุปสั้น ๆ ว่า: กระเป๋าสตางค์บิทคอยน์ก็คือแอพ เว็บไซต์ หรืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่จัดเก็บกุญแจส่วนตัวของแต่ละคน

 

 

     กระเป๋าสตางค์ Bitcoin ประเภทต่าง ๆ

     กระเป๋าแบบฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallet)
     bitcoin hardware wallet  เป็นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะเพื่อใช้จัดเก็บบิทคอยน์ให้ปลอดภัย ตัวอย่างกระเป๋าสตางค์แบบฮาร์ดแวร์ เช่น Ledger Nano S
     หลักการทำงาน ของกระเป๋าแบบฮาร์ดแวร์ คือ จะต้องนำตัวอุปกรณ์จะต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเบล็ต ก่อนจะสามารถใช้งานบิทคอยน์ได้

     กระเป๋าสตางค์แบบฮาร์ดแวร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ได้แก่ :
      - Ledger Nano S
      - KeepKey
      - Trezor

     กระเป๋าแบบฮาร์ดแวร์เหมาะสำหรับผู้ที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะกระเป๋าแบบฮาร์ดแวร์มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเก็บกุญแจส่วนตัวไว้นอกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตโดยตรง กุญแจส่วนตัวเก็บไว้แบบออฟไลน์ภายในตัวเครื่อง ดังนั้นจึงปลอดภัยแน่นอนแม้จะเอาตัวเครื่องไปเสียบกับคอมพิวเตอร์ที่มีไวรัสหรือมัลแวร์

     บิทคอยน์เป็นเงินตราดิจิทัล ดังนั้นอาชญากรคอมพิวเตอร์มักจะพยายามล้วงข้อมูลจาก "ซอฟต์แวร์กระเป๋าสตางค์" (software wallet) เพื่อขโมยกุญแจส่วนตัว

     ดังนั้นการที่ใช้อุปกรณ์แยกต่างหากสำหรับสร้างและเก็บกุญแจส่วนตัวจึงทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีใครสามารถเข้ามาขโมยบิทคอยน์ได้แน่นอน หากต้องการขโมย จะต้องขโมยไปทั้งตัวเครื่อง แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังสามารถตั้งรหัส PIN เพื่อป้องกันได้

     กระเป๋าแบบฮาร์ดแวร์มีความปลอดภัยและสะดวกสบาย ถึงแม้ว่าตัวเครื่องอุปกรณ์จะหาย ถูกขโมย หรือชำรุด หากเรามีการสร้างรหัสแบคอัพสำรองไว้ บิทคอยน์ก็จะไม่หายไปไหน

"กระเป๋าแบบฮาร์ดแวร์เปรียบเสมือนห้องนิรภัยใต้ดินของเรา แน่นอนว่าถ้าใครมีบิทคอยน์มาก ๆ ก็ควรจะพิจารณาสร้างห้องนิรภัยเอาไว้เก็บ"


กระเป๋าฮาร์ดแวร์ ดี ตรงไหน?
- เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดที่จะจัดเก็บบิทคอยน์อย่างปลอดภัย
- สะดวกสำหรับการสร้างแบคอัพสำรองข้อมูล
- ป้องกันข้อผิดพลาดได้ เพราะติดตั้งและเริ่มใช้งานได้ง่ายแม้ไม่ถนัดด้านไอที

กระเป๋าฮาร์ดแวร์ ไม่ดี ตรงไหน?
- ต้องจ่ายเงินซื้อตัวอุปกรณ์

     กระเป๋าสตางค์แบบ Hot Wallet
     กระเป๋าแบบ hot wallet หมายถึง กระเป๋าบิทคอยน์ที่ทำงานบนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตโดยตรง เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต กุญแจส่วนตัวที่สร้างจากระบบบิทคอยน์ถือเป็น รหัสลับแต่กระเป๋า hot wallet ทำงานและสร้างกุญแจส่วนตัวอยู่บนอุปกรณ์ที่เชื่อมกับอินเตอร์เน็ต รหัสที่สร้างจึงอาจไม่ปลอดภัย 100% 

"ให้คิดว่ากระเป๋า hot wallet เป็นเหมือนกระเป๋าสตางค์จริงที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้ใส่เงินสด แต่ไม่ใช่เอาไว้ใช้สำหรับเก็บเงินทั้งหมดที่เรามี กระเป๋า hot wallet ดีสำหรับการใช้งานบ่อย ๆ แต่ไม่ควรใช้เก็บบิทคอยน์ปริมาณมาก"


กระเป๋าสตางค์แบบ hot wallet ดี ตรงไหน?
- เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดเก็บบิทคอยน์จำนวนน้อย
- สะดวกสบาย เพราะสามารถรับและจ่ายบิทคอยน์ได้อย่างรวดเร็ว
- กระเป๋า hot wallet บางอันสามารถเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ได้หลายเครื่อง

กระเป๋าสตางค์แบบ hot wallet ไม่ดี ตรงไหน?
- ไม่ปลอดภัยในการใช้เก็บบิทคอยน์มาก ๆ

 

ที่มา : buybitcoinworldwide.com

 

มูลค่า Bitcoin มาจากไหนกัน!?

    

     ถ้าเราย้อนกลับไปดูเมื่อปี 2010 มูลค่าบิทคอยน์นั้นไม่ถึง $0.01 ~ หรือ 34 สตางค์

     มาดูตอนนี้ 28 มิถุนายน 2017 บิทคอยน์นั้นมีมูลค่ามากกว่า $2500 ~ 90,000 กว่าบาทแล้ว

     การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับมูลค่าของบิทคอยน์ ในปกติแล้ว สกุลเงินต่างๆจะใช้ทองคำ พันธบัตรรัฐบาล เงินสกุลอื่น หรือเครดิตของประเทศไว้ค้ำประกัน ในเมื่อบิทคอยน์ ไม่ได้มีสิ่งเหล่านั้น มันจะมีค่าได้ยังไงกัน?  อีกอย่าง ถ้าบิทคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิตอล แปลว่าใครก็เสกบิทคอยน์ขึ้นมาได้หรือเปล่า?

     บิทคอยน์ได้มายังไง

     เรามาดูตัวอย่างง่ายๆนะครับ

    สมมุติว่า นาย A ซื้อจอบขุดดินมาหนึ่งอัน เอามาขุดหลังบ้าน และเจอหินชนิดหนึ่ง

    นาย A เอาหินนี้ไปขายในตลาด แลกกับค่าแรงที่เขาขุด

    ในตอนแรกๆ ไม่มีคนเห็นประโยชน์ของมูลค่าของหินนี้ อาจเห็นว่าไว้แค่ตกแต่งบ้านเล่นๆ ราคาหินนี้จึงถูกมาก

    อยู่มาวันนึง คนพึ่งรู้ว่าหินนี้คือทองคำ ซึ่งในตัวหินมันอาจไม่มีมูลค่า (no intrinsic value)

    แต่ในเมื่อมันมีคนเริ่มใช้ทองคำเป็นตัวกลางแทนมูลค่า (store of value) เช่นแรงงานและมูลค่าสินค้าต่างๆ ทองก็เลยมีมูลค่าขึ้นมา


     บิทคอยน์ก็ไม่ต่างกัน แค่เราเปลี่ยน

     จอบขุด = คอมพิวเตอร์

     แรงงาน = การประมวลผลและตรวจสอบ transaction ของบิทคอยน์

     ค่าอาหาร = ค่าไฟ

    เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ขุด ก็ไม่ได้บิทคอยน์ ซึ่งต่างกับเงินในเกมหรือแอปที่เจ้าของสามารถเสกเพิ่มเองได้

    การใช้งานทำให้เกิดมูลค่า

    เป็นเพราะในสมัยก่อนคนยังไม่รู้จะเอาบิทคอยน์ไปใช้อะไร มูลค่ามันเลยยังต่ำ ไม่ต่างกับที่คนมองทองเป็นแค่ก้อนหิน

    ในปัจจุบัน เราได้เห็นว่ามีการนำบิทคอยน์ไปใช้งานหลากหลายเช่น

    เป็นสกุลเงินที่ใช้ชำระสินค้าได้

    เป็นตัวกลางการโอนเงินต่างประเทศโดยที่ไม่ต้องผ่านหรือใช้เรทธนาคาร

    ใช้เป็น store of value เสมือนทองคำ

    ซื้อขายเก็งกำไร

    ขณะเดียวกัน บิทคอยน์เป็นทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัด ที่ไม่สามารถขุดเพิ่มได้เกิน 21ล้านบิทคอยน์

    *แต่อย่าเข้าใจผิดว่าบิทคอยน์มีมูลค่า เพราะมันมีจำนวนจำกัด

    การมีจำนวนจำกัดนั้นทำให้บิทคอยน์เป็น store of value ที่น่าเชื่อถือได้ แต่ขณะเดียวกัน หากไม่มีใครต้องการใช้มัน บิทคอยน์ก็ไม่มีค่าอยู่ดี

    ตัวอย่างเช่น น้ำมันบนโลกมีจำนวนจำกัด แต่ถ้าวันนึงเราใช้พลังงานทดแทนอย่างอื่นหมดแล้ว ก็ไม่มีคนต้องการน้ำมันอีกต่อไป มูลค่ามันก็หมดทันที

    ที่น่าสนใจตอนนี้คือ Bitcoin ได้ถูกใช้เสมือนประตูไปสู่ Altcoin

    พูดง่ายๆว่า ตอนนี้เรามีเหรียญใหม่ๆที่เรียกได้ว่าแทบจะล้นตลาด ดูได้จาก -> https://coinmarketcap.com/

    ไม่ใช่ทุกเหรียญที่เราจะสามารถใช้ซื้อด้วยเงินบาทหรือดอลล่าได้ จึงทำให้มีความจำเป็นต้องแลกเป็นบิทคอยน์ก่อน
 
    แล้วค่อยไปซื้อเหรียญต่างๆนี้อีกที ตาม Exchange เช่น Poloniex หรือ Bittrex

    นึกภาพจำนวนบิทคอยน์ที่ถูกซื้อเก็บไว้ เพื่อที่จะเอาไปซื้อเหรียญอื่นต่อ

    นึกภาพเวลาที่เหรียญ altcoin ทั้งหลายตก แล้วคนแลกกลับมาถือเป็นบิทคอยน์

    สิ่งเหล่านี้ล้วนทำใหม่บิทคอยน์มีมูลค่า
 
    มูลค่าและความต้องการของตลาด

    ถ้าพูดในแง่การลงทุน เราอาจอยู่ในยุคที่ …

    ดอกเบี้ยธนาคารน้อย

    อสังหาริมทรัพย์ต้องใช้ทุนสูง หนี้ยาว

    หุ้นอาจเริ่มถึงจุดอิ่มตัว

    แล้วเราจะเอาเงินเราไปลงไหนดีหละ

    สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัย ที่นักลงทุนเริ่มหันมามองบิทคอยน์ ที่จากสถิตินั้นให้ผลตอบแทนมากซะจนน่ากลัว และเป็นผลตอบแทนที่ไม่เห็นทั่วไปในตลาดอื่นๆ  ตราบใดที่ยังมี Demand มี “คนเชื่อว่ามันมีมูลค่า” และพร้อมที่จะซื้อ ไม่ว่าจะไปใช้จ่าย หรือใช้ลงทุน ก็จะยังมีคนที่แย่งกันลงทุนขุดบิทคอยน์ เหมือนขุดทรัพยากรชนิดหนึ่งที่มีความต้องการสูง เพื่อสร้าง Supply มาขายในตลาด

     ผลลัพธ์คือ บิทคอยน์ก็จะมีมูลค่าต่อไป

ที่มา : coinman.co

 

coinbx.com Coins Bath Exchange

Wallet คืออะไร?

     สำหรับคนที่กำลังศึกษาเรื่องเงินดิจิตอล มักจะได้ยินถึงคำว่ากระเป๋าตังค์ หรือ wallet อยู่เป็นประจำ ซึ่งหลักการทำงานของ Wallet สำหรับเหรียญชนิดต่างๆ ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนตู้เซฟสำหรับเก็บเงินดิจิตอลของเรานี้ไว้อย่างปลอดภัย เพื่อสามารถนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆ ได้ นั้น ยังมีอีกหลายคนสงสัยว่ามันคืออะไร แล้วทำงานอย่างไร

     Wallet คืออะไร ?
     Wallet คือ software ที่ทำการบริการ private key ซึ่งเปรียบเสมือนกุญแจไขตู้เซฟเข้าไปหยิบ Bitcoin ของเรามาใช้จ่ายในการโอนไปยัง address อื่นได้

SegWit2x คืออะไร และมันมีผลกระทบต่อ Bitcoin มากน้อยขนาดไหน

     ในขณะที่เดดไลน์ของของการปรับแก้ปัญหาการทำธุรกรรมล่าช้าของ Bitcoin นั้นใกล้เข้าเข้ามาทุกที กระนั้นในขณะนี้ก็มีอยู่ 1 ข้อเสนอที่เรียกว่า SegWit2x ที่ดูเหมือนว่าจะเรียกร้องความสนใจได้มากที่สุด
      แผนการของโซลูชันนี้ถูกยื่นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และก็สามารถเอาชนะใจของบริษัทสตาร์ทอัพ Bitcoin และ pool ขุดไปมากมาย แต่ทว่ามันก็มาพร้อมกับข้อถกเถียงและการทะเลาะกันของคนในกลุ่มมากมาย โดยเฉพาะในด้านจุดประสงค์และทางด้านเทคนิค

คำถามยอดฮิตบิทคอยน์และบล็อกเชน

    

     คำถามทั่วไป

     บิทคอยน์ คืออะไร
     บิทคอยน์ คือ สกุลเงินดิจิตอลอันแรกที่สามารถแก้ปัญหาสำคัญที่สุดของเงินดิจิตอลได้ นั่นก็คือ double spending หรือปัญหาเอาเงินไปใช้หลายครั้ง เพราะเงินนี้จับต้องไม่ได้ บิทคอยน์ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลประเภทบล็อกเชน ซึ่งทำให้บิทคอยน์มีมูลค่าและโกงไม่ได้ ณ ตอนนี้บิทคอยน์เริ่มเป็นที่นิยมทั่วโลก บางประเทศเริ่มประกาศให้ใช้บิทคอยน์แทนเงินจริงได้

     อ่านบทความเต็มได้ ที่นี่

     บล็อกเชน คืออะไร
     บล็อกเชน คือ การเก็บข้อมูลแบบเป็นกล่องต่อๆกันมาเป็นห่วงโซ่ ในกล่องหนึ่งจะมีข้อมูลต่างๆอยู่ ในกรณีของบิทคอยน์คือ ข้อมูลการโอนบิทคอยน์จากคนนู้นไปคนนี้ เมื่อมีข้อมูลพอประมาณแล้วกล่องจะปิด และถูกนำไปต่อห่วงโซ่ในบล็อกเชน เหตุผลที่ต้องทำเป็นห่วงโซ่ คอนเซปต์คือให้นึกภาพเหมือนต่อเลโก้ กล่องปัจจุบันกับกล่องก่อนหน้าจะออกแบบมาให้พอดีกันเท่านั้น ห้ามกล่องอื่นที่ไม่ใช่กล่องนี้มาต่อกัน นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่บล็อกเชนป้องกันการปลอมแปลงข้อมูล โดยการสร้างกล่องใส่ข้อมูลการโอนปลอมๆเอาไว้ กล่องปลอมนี้จะไม่มีวันต่อกับกล่องอันก่อนหน้าได้ เพราะมีข้อมูลตั้งต้นที่ไม่ถูกต้อง และบล็อกเชนเป็นฐานเก็บข้อมูลแบบกระจาย ทุกคนในระบบจะต้องถือฐานข้อมูลที่หน้าตาทุกอย่างเท่ากันไว้

     อ่านบทความเต็มได้ ที่นี่

     บล็อกเชนสามารถโดนโกงหรือโดนแฮ็คได้หรือไม่
     การจะแฮคเครือข่ายบล็อกเชนให้สมบูรณ์แบบนั้นต้องแฮค node ทั่วโลกพร้อมๆกันภายในเวลาเดียวกันถึงจะสามารถดัดแปลงแก้ไข และลบข้อมูลได้ครับ ถ้าแฮคหรือทำลายแค่ node ใด node หนึ่ง node อื่นๆก็จะเข้ามาตรวจสอบว่าไม่ตรงกัน และก็จะมาแทนที่ node ที่ถูกแฮคไปโดยอัตโนมัติ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลทำอะไรไม่ได้ครับ (ถ้าจะทำ ก็ต้องตัดอินเทอร์เนตทั้งโลก) ปัจจุบันมี node ของบิทคอยน์อยู่ 7286 ตัวทั่วโลก อ้างอิงจาก https://bitnodes.21.co

     ถ้าปลั๊กไฟหลุด คอมดับ ทุกอย่างจะหายไปรึเปล่า
     อย่างที่ได้กล่าวไปในข้อก่อนหน้านี้ บล็อกเชนเป็นการกระจายตัวของฐานข้อมูล ทุก node (คอมพิวเตอร์ในระบบ) จะถือข้อมูลเดียวกัน ปริมาณเท่ากันเอาไว้ ถ้าเกิดใครสักคนไฟดับ หรือคอมพัง ยังมี node อื่นๆที่ครอบครองข้อมูลนี้เอาไว้ แต่ถ้าวันไหนเกิดคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องพร้อมใจกันล่ม หรือทุกคนเลิกกิจการ ไม่อยากเป็น node ของบล็อกเชนแล้ว วันนั้นคือวันที่ทุกอย่างจะหายไป
     เราจะหาเงินจากบิทคอยน์ได้อย่างไร
     เราสามารถหาเงินจากบิทคอยน์ได้หลักๆ คือ
     - ซื้อขายบิทคอยน์ คลิกที่นี่
     - ขุดบิทคอยน์  คลิกที่นี่
     - นำบิทคอยน์ไปลงทุน หรือไปพนัน

     มีวิธีซื้อบิทคอยน์จากธนาคารในไทยโดยตรงเลยหรือไม่
     จะมีเว็บ Coins.co.th ที่ทำการซื้อขายบิทคอยน์โดยใช้การโอนเงิน หรือแลกเปลี่ยนผ่านธนาคาร และรูปแบบอื่นๆ และมีเว็บ BX.in.th ที่จะเป็นการเทรดบิทคอยน์ในตลาด โดยใช้การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร


     บิทคอยน์มีค่าขึ้นมาได้อย่างไร
     บิทคอยน์มีค่าจากความเชื่อมั่นของผู้ใช้บิทคอยน์ ถ้าเปรียบเทียบกับเงินในรูปแบบอื่นๆ เช่น ทองมีค่าได้เพราะผู้คนชอบมัน เงินกระดาษมีค่าได้เพราะมีทองเป็นหลักค้ำประกันมูลค่าของมัน (ซึ่งภายหลังเงินส่วนใหญ่ไม่ใช้ระบบนี้แล้ว ทำให้เงินมีมูลค่าได้จากการยอมรับของรัฐบาล) หรือคูปองในฟูดคอร์ทมีค่าได้เพราะเราแลกมันมาด้วยเงินจำนวนหนึ่งและร้านอาหารในนั้นยอมรับคูปองนี้แทนมูลค่า

     เฉกเช่นเดียวกับบิทคอยน์ เมื่อมีคนเริ่มให้คุณค่ากับมัน เช่น มีคนขอซื้อพิซซ่าถาดนี้ด้วย 50 บิทคอยน์ ณ จุดนั้น บิทคอยน์มีค่าเท่ากับพิซซ่า 1 ถาด วันหนึ่งมีคนมาขอซื้อบิทคอยน์ 50 เหรียญนี้ด้วยเงิน 50 บาท แปลว่า ณ จุดนั้น บิทคอยน์แต่ละเหรียญมีค่า 1 บาท

     บิทคอยน์คือแชร์ลูกโซ่รึเปล่า เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน
     บิทคอยน์ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ มันไม่ใช่การหลอกลวงเพราะทุกคนที่มาลงทุนในบิทคอยน์ เชื่อถือในตัวบิทคอยน์ในระดับหนึ่ง ไม่มีการชักชวนแล้วได้สิทธิประโยชน์เพิ่ม แต่ความน่าเชื่อถือของบิทคอยน์จะไม่เหมือนอะไรที่เราคุ้นเคย เพราะไม่มีรัฐบาลหรือหน่วยงานไหนมารองรับ มันมีตัวตนได้จากคนที่เข้าร่วมในระบบ

     บิทคอยน์จะปิดตัวลงเมื่อไหร่
     บิทคอยน์ยังไม่มีแผนการจะปิดตัวลงในอนาคตครับ มองเหมือน Facebook หรือ Instagram ที่มันยังไปได้เรื่อยๆ ถ้าจะปิดตัวลงจริงๆก็เพราะคนเลิกใช้

     ทั้งโลก มีบิทคอยน์ทั้งหมดกี่เหรียญ
     ดูได้ที่ https://coinmarketcap.com/

     ทั้งโลก มี node ของบล็อกเชนบิทคอยน์ทั้งหมดเท่าไร
     ดูได้ที่ https://bitnodes.21.co/

    คำถามสายขุด

     การขุดบิทคอยน์คืออะไร อะไรคือความสัมพันธ์ระหว่างการขุดกับบิทคอยน์
     การขุดบิทคอยน์คือการยืนยันการโอนโดยคนที่อยู่ในบล็อกเชนของบิทคอยน์ วิธีการยืนยันคือการแก้โจทย์สมการทางคณิตศาสตร์ เมื่อการขุดสำเร็จ ผู้ขุดจะได้รับรางวัลเป็นเหรียญบิทคอยน์ที่เกิดใหม่ ยังไม่มีในระบบ นักขุดเหล่านี้จะเป็นคนที่ทำให้การโอนสำเร็จและเกิดขึ้นอย่างถูกต้องปลอดภัย

     อ่านบทความเต็มได้ ที่นี่

     ถ้าไม่มี server กลางแล้วใครปล่อยโจทย์คณิตศาสตร์มาให้คำนวณครับ แล้วระบบที่ใช้สร้างบล็อคขึ้นมานี่มาจากไหน
     การเข้ารหัส cryptography ในบิทคอยน์นั้นใช้ hash ในการถอดรหัสครับ hash คือตัวช่วยในการถอดและเข้ารหัส เพื่อทำให้มนุษย์งง ไม่สามารถเข้าใจความหมายมันได้ เช่น คำว่า “สวัสดีครับ” เมื่อนำไปเข้ารหัส hash md5 จะออกมาเป็น 96e91ca6591f1d68f0c6ebe3aa1f3e9d เป็นต้น

     เทคโนโลยีบล็อกเชนจะทำการสร้างบล็อกที่มี hash แบบยากๆที่มนุษย์เราไม่สามารถถอดรหัสออกมาไหวโดยอัตโนมัติ ดังนั้นนั่นจึงเป็นสาเหตุที่เราต้องไปหาเครื่อง ASIC หรือการ์ดจอมา ‘ขุด’ มันนั่นเอง การขุดก็คือการถอดรหัส hash

     ระบบที่ใช้สร้างบล็อกที่คุณกล่าวถึงคือ miner หรือเครื่องขุดที่รัน full node ของบล็อกเชนของเหรียญนั้นๆอยู่


     ขุดเหรียญอื่นได้รึเปล่า
     มีเหรียญคริปโตอีกมากมายในตลาด ส่วนใหญ่สามารถขุดได้ด้วยการใช้กำลังการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ แต่บางเหรียญก็ให้ขุดในอีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมเรียกกันว่าแบบดอกเบี้ย คือ จะได้เงินปันผลตามจำนวนเหรียญชนิดนั้นที่เรามี อีกรูปแบบหนึ่งคือการขุดด้วยพื้นที่ฮาร์ดดิสก์

     อ่านเพิ่มเติม ขุด Bitcoin คุ้มหรือไม่ และขุดอย่างไร?

     อัลกอริธึ่ม หรือ algorithm คืออะไร
     บล็อกแต่ละอันในบล็อกเชนจะต้องถูกแก้ไขสมการเพื่อให้เกิดการยืนยันและการขุดสำเร็จ วิธีการแก้ไขสมการพวกนี้ เราเรียกว่า algorithm ในแต่ละเหรียญจะแตกต่างกันออกไป เช่น Scrypt ใช้ใน LiteCoin เป็นต้น

     อ่านเพิ่มเติม ขุด Bitcoin คุ้มหรือไม่ และขุดอย่างไร

     การขุดคุ้มค่าไหม
     การขุดบิทคอยน์จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์กำลังสูง ในปัจจุบันนิยมใช้ GPU หรือการ์ดจอ และ ASIC (เครื่องที่ออกแบบมาเพื่อขุดโดยเฉพาะ) ในการขุด ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีราคาสูง และกินไฟสูง แต่ถ้าในช่วงเวลาไหนที่บิทคอยน์ หรือเหรียญชนิดอื่นๆราคาสูง ก็จะสามารถสร้างกำไรได้

     อ่านเพิ่มเติม ขุด Bitcoin คุ้มหรือไม่ และขุดอย่างไร?

     เริ่มขุดยังไง
     อ่านเพิ่มเติม ขุด Bitcoin คุ้มหรือไม่ และขุดอย่างไร?

     อ่านเพิ่มเติม การขุด Bitcoin ด้วย Pool คืออะไรและเริ่มต้นอย่างไร

     อ่านเพิ่มเติม  Antminer L3+ ยอดมดนักขุด

     มีงบ เท่านี้ … ควรเริ่มขุดยังไงดี
     แนะนำให้อ่านบทความ ขุด Bitcoin คุ้มหรือไม่ และขุดอย่างไร? ด้านในจะบอกวิธีการคำนวณความคุ้มค่าของเครื่องขุดแต่ละแบบให้คุณได้ตัดสินใจ

     ค่าดิฟคืออะไร
     ค่าดิฟ หรือ Difficulty คือค่าความยากในการขุด บิทคอยน์จะออกแบบไว้ว่าจะขุดหนึ่งบล็อกต้องยากระดับนี้ ใช้เวลาอย่างต่ำเท่าไร เพื่อไม่ให้การขุดมันง่ายเกิน และจะทำให้บิทคอยน์ถึงโควต้า 21 ล้านไวเกินไป โดยระดับความยากจะปรับตัวเองเรื่อยๆตามจำนวนคนขุด

     อ่านเพิ่มเติม การขุด Bitcoin ด้วย Pool คืออะไรและเริ่มต้นอย่างไร

     ขุดแบบ Cloud Mining เป็นยังไง ปลอดภัยรึเปล่า
     การขุดแบบ Cloud Mining คือเราไม่ต้องซื้อเครื่องเอง แต่ไปจ่ายเงินให้คนที่มีเครื่องขุดหลายๆเครื่อง แล้วรอรับส่วนแบ่งจากการขุดของเขา ข้อดีคือเราไม่ต้องลงทุนเองเยอะ เลิกเมื่อไรก็ได้ ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียม และค่าบำรุงรักษา มีสิทธิ์โดนโกงได้ เพราะสิ่งนี้ไม่มีกฎหมายมารองรับ บางครั้งถ้าลงทุนไม่เยอะพออาจจะขาดทุนด้วยซ้ำ

     อ่านเพิ่มเติม บิทคอย Cloud Mining คืออะไรและทำงานอย่างไร

     ขุดตรงกับขุดแบบ pool (NiceHash etc.) ต่างกันยังไง
     ขุดตรงคือเราเชื่อมต่อกับบล็อกเชนของเหรียญนั้นๆ แล้วขุดเหรียญนั้นโดยตรง ในขณะที่ขุดแบบ pool เหมือนเราไปร่วมงานกับคนอื่น โอกาสได้ขุดอาจจะมากขึ้น ในบางเว็บมีการสร้างซอฟต์แวร์ให้ช่วยทำการเริ่มขุดนั้นสะดวกและง่ายมาก มีการปรับ algorithm ให้อัตโนมัติ แลกกับค่าธรรมเนียมในการเข้า pool และต้องมีขั้นต่ำในการโอนออก

     อ่านเพิ่มเติม การขุด Bitcoin ด้วย Pool คืออะไรและเริ่มต้นอย่างไร

     ขุดด้วย GPU กับ ASIC หรือ Antminer อันไหนดีกว่า คุ้มกว่า
     มีหลายเสียงนิยม GPU เนื่องจากสามารถนำไปใช้งานต่อ ขายต่อให้กับคนที่จะเอาไปใช้เล่นเกมหรือทำอะไรได้ แต่ ASIC ถูกสร้างมาเพื่อการขุดโดยเฉพาะ ถ้าปลดระวางไปแล้วอาจจะเอาไปขายต่อได้ยาก แต่ในทางกลับกัน ที่ราคาถูกกว่า ASIC จะสามารถขุดได้มีประสิทธิภาพกว่า ซึ่งก็ต้องแลกมากับเสียงที่ดัง อุณหภูมิของเครื่อง และอีกหลายๆสิ่งด้วย

     อ่านเพิ่มเติม  Antminer L3+ ยอดมดนักขุด

     อ่านเพิ่มเติม การขุด Bitcoin ด้วย Pool คืออะไรและเริ่มต้นอย่างไร

     เริ่มขุดตอนนี้ ทันไหม คุ้มไหม
     ณ ตอนนี้ราคา GPU ในตลาดทั่วโลกพุ่งสูงมากจนผิดปกติ จากการที่คนเริ่มสนใจในการขุดบิทคอยน์และเหรียญคริปโตมากขึ้น ถามว่าทันไหม ตอบได้ว่ายังทัน เพราะยังมีเวลา และเหรียญอีกหลายเหรียญให้ขุดอีกเยอะ แต่ถามว่าคุ้มไหม ต้องขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกลงทุนไปเท่าไร และวางแผนจะขุดเป็นเวลานานเท่าไร ผลตอบแทนของการขุดเหรียญนั้นไม่แน่นอน และลงทุนเบื้องต้นใช้เงินจำนวนมาก ต้องยอมรับความเสี่ยงตรงนี้ให้ได้ด้วย

     สายขุด จะยังขุดต่อไปได้อีกกี่ปี
     เป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะอย่างบิทคอยน์จะหมดที่ 21 ล้านเหรียญ ถ้าออกมาหมดแล้ว การขุดจะไม่ได้เหรียญใหม่ๆเพิ่ม เงินรางวัลของการขุดจะเป็นค่าโอนที่ผู้โอนต้องจ่ายเพื่อให้นักขุดมาขุดบล็อก ซึ่งถ้าใครไม่จ่ายค่าโอน หรือจ่ายน้อยก็อาจจะโอนช้า หรือไม่โดน confirm เลยเป็นเวลานานก็ได้ นี่ยังเป็นสิ่งที่เราต้องเฝ้าดูว่าบิทคอยน์จะปรับตัวยังไง

     ETH กำลังจะเปลี่ยนเป็น Proof of Stake จะมีผลต่อสายขุดอย่างไรบ้าง
     การเปลี่ยนจากการจ่ายปันผลจาก Proof of work มาเป็น Proof of Stake จะทำให้ไม่สามารถขุดได้อีกต่อไปครับ

     Proof of Stake และ Proof of Work คืออะไร
     ในตอนนี้ Bitcoin ใช้สิ่งที่เรียกว่า Proof of Work แปลตรงตัวคือ พิสูจน์ด้วยการทำงาน ซึ่งก็คือกำลังการทำงานของ CPU หรือ GPU ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็คือการสร้างโจทย์ในการไขรหัสยากๆให้เหล่านักขุดใช้เวลาขุดที่พอเหมาะ การโอนเงินด้วย Bitcoin จึงเกิดขึ้นที่ต้องทำให้มันยาก เพราะว่า การปลอมแปลงจะได้เกิดขึ้นยาก และสิ้นเปลืองเกินไป ความยากจะถูกปรับขึ้นเรื่อยๆด้วยหลากหลายปัจจัย เช่น ปริมาณการโอน หรือ ความแรงของคอมพิวเตอร์ที่มาขุด ณ เวลานั้น

     มีคนเคยยกประเด็นมาว่า สมมติมันมี node นึง ที่คุมกำลังขุดไว้กว่า 51% เจ้า node นี้ก็จะเป็นใหญ่ เป็นมาเฟียใน blockchain สามารถแก้ไขข้อมูลได้ เพราะกำลังการคำนวณเขาเยอะ

     นี่เป็นหนึ่งในหลายเหตุผลว่าทำไม Proof of Work อาจจะไม่เวิร์ค เลยมีคนเสนอ Proof of Stake มา แปลตรงตัวอีก มันคือ พิสูจน์ด้วย stake ที่แปลว่า เดิมพัน

     นั่นก็คือ แทนที่จะวัดกันด้วย work หรือกำลังงาน เราวัดกันด้วย stake คือคุณมี Bitcoin เท่าไร คุณมีเยอะก็จะได้ผลตอบแทนจากการขุดเยอะ

     มันจะไม่เหมือนเดิมที่ อยากโอนต้องให้คนโอนจ่ายค่าขุดแพงๆ การโอนจะได้เกิดขึ้นเร็วๆ Proof of Stake ก็จะเข้ามาแก้ไขด้านนี้ และยังประหยัดไฟด้วย ไม่ต้องหาเครื่องขุดแรงๆ หา Bitcoin เยอะๆพอ และถ้าคุณจะครองระบบ 51% แปลว่าคุณก็ต้องมี Bitcoin 51% ด้วย นั่นเท่ากับเงินมูลค่าประมาณ 953,190,000,000 บาท

    คำถามสายเทรด

     เริ่มเทรดที่ไหน ยังไง
     สำหรับของไทย ตอนนี้ยังมีกระดานเทรดเดียว คือ Bx.in.th สมัครได้ ที่นี่

     อ่านเพิ่มเติม Bx.in.th เว็บกระดานเทรดบิทคอยน์แห่งแรกของไทย

     คิดว่าสกุลเงินไหนในตลาดมีความมั่นคงและน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยใช้อะไรเป็นตัวอ้างอิง
     ความน่าเชื่อถือมักจะตามมาด้วยโวลลุ่มที่มหาศาลครับเพราะมีกลุ่มคนหลายๆกลุ่มนำเอาเงินเข้ามาลงทุนกันเยอะ สามารถเชคอันดับได้ที่ coinmarketcap.com สำหรับทางเราก็ยังคิดว่าบิทคอยน์เป็นสกุลหลักที่มีความเชื่อมากที่สุดครับ เพราะถือเป็นต้นฉบับ และต้นกำเนิดของเหรียญคริปโตตัวอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นเหรียญที่ยืนหยัดอยู่มานานเกือบ 10 ปี
เทรดข้ามกระดานหรือ Arbitrage คืออะไร ทำยังไง

     เราสามารถสร้างกำไรได้ เมื่อพบเห็นว่าราคาของเหรียญในตลาดหนึ่งถูกกว่าในอีกตลาดหนึ่ง สิ่งที่เราต้องทำคือการซื้อเหรียญนั้นในตลาดที่ถูก แล้วนำไปขายในตลาดที่มีราคาขายที่แพงกว่า เวลาย้ายไปอีกกระดานเทรด จะต้องทำการโอนเหรียญนั้นไปยัง wallet ของกระดานนั้นๆ แล้วจึงนำไปขายต่อ สำหรับวิธีนี้ขอให้ระมัดระวังเรื่องค่าธรรมเนียมด้วย อาจจะกลายเป็นไม่คุ้มได้ถ้าหักค่าธรรมเนียมและค่าโอนแล้ว

ที่มา : siamblockchain.com

Cryptomining.farm เป็นเว็บขุดบิทคอยน์สัญชาติไทยอีกเว็บหนึ่งที่จ่ายจริง มีบริษัทอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีแผนการลงทุนมีอยู่ด้วยกัน 5 แผน เมื่อสมัครจะได้รับกำลังขุดฟรี 50 GHS  ถอนบิทคอยน์ได้ทุกวันขั้นต่ำ 0.01 BTC เป็นเว็บที่ลงทุนอีกเว็บหนึ่ง เพราะบริษัทมีความมั่นคงสูง มีตัวตนชัดเจน เปิดมาแล้วกว่า 9 ปีแล้ว (ตั้งแต่ปี 58)...
ข้อมูลเพิ่มเติม

กระเป๋าบิทคอยน์

เว็บสายลงทุน-มั่นคง

BX.in.th Bitcoin Exchange Thailand

coinbx.com Coins Bath Exchange

Hashbx สุดยอดเหมืองบิทคอยน์ (Bitcoin) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งเดียวในไทย ได้เริ่มขึ้นแล้ว !! สุดยอดเหมืองบิทคอยน์ AntPool ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดธานี
hashbx เหมืองบิทคอยน์ที่ดีที่สุด จ่ายง่ายๆ ได้เงินไว จ่ายทุกชั่วโมง ทุกวัน ไร้กังวล อยู่ทนมั่นคั่งยืนยาว  ลงทุนเท่าไหร่ก็ได้ โดยมีขั้นต่ำที่ $10 หรือ 360 บาท ได้รับปันผลทุกชั่วโมงตลอดไปไม่มีกำหนด และทุนท่านยังคงเดิม จนท่านจะยกเลิกการลงทุน ท่านก็จะได้รับส่วนทุนคืนไป และท่านจะได้รับรายได้จากการแนะนำเพื่อน 10% ของการลงทุนผู้ที่ท่านแนะนำ...ข้อมูลเพิ่มเติม

016316
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี่
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวมทั้งหมด
113
186
113
14772
3963
4834
16316